ไขข้อข้องใจ เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเจาะเลือด

ไขข้อข้องใจ เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเจาะเลือด

January 24, 2019 0 By admin

การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือด

ก่อนเจาะเลือด ผู้ป่วยต้องเตรียมตัวให้ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ และได้ผลการตรวจที่เป็นจริง ตลอดจนเป็นแนวทางในการรักษาที่ถูกต้อง ทางห้องปฏิบัติการแนะนำให้ผู้ป่วยเตรียมตัว  ดังนี้ 

  1. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรดื่มสุราหรือมีความเครียดในช่วงที่จะทำการตรวจสุขภาพ กรณีใช้ยาควรแจ้งให้แพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทราบ เพราะยาบางชนิดอาจ รบกวนการทดสอบได้
  2. ควรตรวจสุขภาพในช่วงเช้า เพื่อไม่ให้ร่างกายอิดโรยเกินไป
  3. การงดน้ำและอาหารก่อนเจาะเลือด (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้)
    1. ตรวจหาระดับน้ำตาล (Glucose) เพียงอย่างเดียว ให้งดอาหาร เครื่องดื่ม ของขบเคี้ยว  ลูกอม หมากฝรั่งทุกชนิด อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ยกเว้น น้ำ จิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย (ประมาณไม่เกินครึ่งแก้ว)

ถ้าต้องการเจาะเลือด เวลา 7.00 น. -8.00 น. ให้งดอาหารและเครื่องดื่ม หลังเที่ยงคืน หรือถ้าต้องการเจาะเลือดในเวลาอื่น ให้กำหนดเวลางดอาหารจนถึงเวลาเจาะเลือด ครบ 6-8 ชั่วโมง

  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile) และ ระดับน้ำตาล (Glucose) ให้งดอาหาร เครื่องดื่ม ของขบเคี้ยว  ลูกอม หมากฝรั่งทุกชนิด อย่างน้อย 10-12 ชั่วโมง ยกเว้น น้ำ จิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย (ประมาณไม่เกินครึ่งแก้ว) ถ้าต้องการเจาะเลือด เวลา 7.00 น. -8.00 น. ให้งดอาหารและเครื่องดื่ม หลังเวลา 19.00 น.- 20.00  น.
    • การเจาะเลือดตรวจหาสารอย่างอื่น ให้งดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย  2 ชั่วโมง ก่อนเจาะเลือด หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • ควรใส่เสื้อที่พับแขนเสื้อขึ้นได้เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด และแขนเสื้อไม่รัดแน่นเกินไปเพื่อ ป้องกันการเขียวซ้ำจากการเจาะ

หลังเจาะเลือด ควรกดแผลที่เจาะเลือดไว้ประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้เลือดหยุดไหล ไม่ควร แกว่งแขน หรือใช้แขนนั้นถือของหนัก ไม่คลึงหรือนวดบริเวณที่เจาะเลือดเพราะอาจจะทำให้เส้นเลือดแตกได้ ระวังไม่ให้แขนเสื้อรัดแขนบริเวณที่เจาะ เพื่อหลีก เลี่ยงอาการเขียวช้ำ

หากมีอาการหน้ามืด วิงเวียน ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และนั่งพักสักครู่ ไม่ควรลุกขึ้นทันที

หากมีอาการเขียวช้ำที่บริเวณที่เจาะเลือด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบในวันแรกเพื่อบรรเทา อาการ และใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบในวันต่อมา เพื่อให้หายจากอาการเขียวเร็วขึ้น ทั้งนี้อาการ เขียวช้ำเกิดจากมีเลือดซึมใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดได้จากการที่เลือดยังไม่หยุดไหลดีภายหลัง การเจาะเลือด อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างๆ กันรอยช้ำดังกล่าวจะหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์อาจทายาแก้ฟกช้ำ เช่น ฮีรูดอยด์ช่วยได้ แต่ไม่ควรคลึงบริเวณที่เส้นเลือดแตก

*